ข่าวMono29 ข่าวสดวันนี้ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เมียนมา

สหประชาชาติชี้กองทัพเมียนมาควรถูกตั้งข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

Home / ข่าวต่างประเทศ, คลิป / สหประชาชาติชี้กองทัพเมียนมาควรถูกตั้งข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

รายงานของสหประชาชาติชี้ ทหารระดับสูงเมียนมาต้องถูกสอบสวนข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่ และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ด้านเฟซบุ๊กแบนบัญชีผู้นำกองทัพ

คณะผู้สอบสวนที่ทำงานให้กับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHRC ระบุเมื่อวานนี้ว่า ผู้นำระดับสูงของกองทัพเมียนมาควรถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮีนจา

คณะสอบสวนภารกิจอิสระเพื่อค้นหาความจริงในเมียนมา เปิดเผยที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ว่า สถานการณ์ในเมียนมาควรให้ศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นผู้พิจารณาคดี หรือไม่ก็เป็นการจัดตั้งศาลพิเศษ

การเรียกร้องครั้งนี้ รวมถึงรายงานฉบับแรกของคณะสอบสวน นับเป็นการประณามอย่างแข็งกร้าวที่สุดของเจ้าหน้าที่ UN ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา นับตั้งแต่เหตุปะทะนองเลือดเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้วิพากษ์วิจารณ์นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ ที่ไม่สามารถยุติความรุนแรงไว้ได้

ในรายงานความยาว 20 หน้า ระบุว่า มีข้อมูลเพียงพอที่จะดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสายบังคับบัญชาของกองทัพเมียนมา เพื่อศาลที่มีอำนาจจะสามารถตั้งข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในรัฐยะไข่

เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คน ที่ปฏิบัติภารกิจในการค้นหาความจริง ทำงานภายใต้คำสั่งของ UNHRC ด้วยการรวบรวมหลักฐาน อย่างระมัดระวังจากชาวโรฮีนจาที่ถูกเนรเทศหลายร้อยคน รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียม และข้อมูลอื่นๆ โดย UNHRC ได้จัดตั้งคณะสืบสวนขึ้น 6 เดือนก่อนที่กลุ่มกบฏโรฮีนจาจะโจมตีโจมตีป้อมตำรวจ นำไปสู่การปราบปรามอย่างรุนแรง จนทำให้ชาวโรฮีนจาหลายแสนต้องอพยพไปยังบังกลาเทศ

คณะสอบสวนที่นำโดยนายมาร์ซูกี ดารุสมาน อดีตอัยการสูงสุดของอินโดนีเซีย ยังระบุชื่อของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา และนายพลอีก 5 นาย ที่รวมถึงพลจัตวาออง ออง ผู้บัญชาการหน่วยทหารราบเบา ที่ 33 ซึ่งดูแลปฏิบัติการในหมู่บ้านอินดิน ที่มีเด็กชายและชายชาวโรฮีนจากว่า 10 คนถูกสังหาร

รายงานยังระบุถึงการก่ออาชญากรรมหลายครั้ง ที่รวมถึงการรุมโทรม การจุดไฟเผาหมู่บ้านนับร้อยแห่ง การกดขี่ และการสังหารเด็ก ซึ่งบางรายเกิดขึ้นต่อหน้าพ่อแม่ คณะสอบสวนคาดการณ์ขั้นต่ำว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงดังกล่าวกว่า 1 หมื่นคน แต่เจ้าหน้าที่สอบสวนจากภายนอกไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ไม่สามารถระบุจำนวนที่แท้จริงได้

ขณะที่ “เฟซบุ๊ก” ได้ถอดบัญชีนายทหารระดับสูงของเมียนมาออกจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เพื่อป้องกันความเกลียดชังและข้อมูลผิดๆ หลังตรวจสอบเนื้อหาการโพสต์

โดยมีบุคคลและองค์กร 20 รายที่ถูกแบน รวมถึงพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย