อาลีบาบา ประกาศผลประกอบการไตรมาส สิ้นสุด 30 ก.ย. 61

Home / ข่าวต่างประเทศ / อาลีบาบา ประกาศผลประกอบการไตรมาส สิ้นสุด 30 ก.ย. 61

อาลีบาบา มีการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ผ่านมา โดยเฉพาะจำนวนลูกค้าที่ซื้อสินค้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปี เพิ่มขึ้น 25 ล้านรายเป็น 601 ล้านในช่วง 12 เดือนที่สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน

นายแดเนียล จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าว เราได้ผนึกการทำงานร่วมกันในธุรกิจของเรา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของอาลีบาบา โดยจะมีการแสดงให้เห็นเพิ่มขึ้นในช่วงมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลก 11.11 ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้

ภายใต้กลยุทธ์การค้าปลีกใหม่ของอาลีบาบา เราตระหนักถึงวิสัยทัศน์ของเราที่จะช่วยให้การค้าปลีกแบบเดิม ๆ มีการเติบโตขึ้น โดยการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานในร้านค้าของตน โดยใช้เทคโนโลยีของอาลีบาบาและข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค เรามีอัตราการเติบโตล้ำหน้าคู่แข่งในอุตสาหกรรมทั้งหมด โดยมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 54% ในไตรมาสนี้

นายแดเนียล จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอาลีบาบา กรุ๊ป

แมกกี้ วู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของอาลีบาบา กรุ๊ป กล่าว ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของเราเติบโตขึ้นในไตรมาสนี้ แต่ก็มีผลกระทบจากการลงทุนด้านการให้บริการท้องถิ่น ระบบโลจิสติกส์ ธุรกิจบันเทิงและการขยายธุรกิจระหว่างประเทศ

ตลาดธุรกิจหลักของเรายังคงมีการเติบโตของผลกำไรและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยให้เราสามารถลงทุนตามยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ๆของเรา

ข้อมูลที่น่าสนใจจากผลประกอบการไตรมาส สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 มีดังต่อไปนี้

· รายได้รวม 85,148 ล้านหยวน (12,398 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน

· รายได้หลักจากธุรกิจการค้าปลีก-ค้าส่งเติบโตขึ้น 56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นรายได้ทั้งหมด 72,475 ล้านหยวน (10,553 ล้านเหรียญสหรัฐ)

· รายได้จากธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งเพิ่มขึ้น 90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นรายได้ทั้งหมด 5,667 ล้านหยวน (825 ล้านเหรียญสหรัฐ)

อาลีบาบา สำนักงานใหญ่ เมืองหางโจว

· รายได้จากธุรกิจสื่อดิจิทัลและบันเทิงเติบโตขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นรายได้ทั้งหมด 5,940 ล้านหยวน (865 ล้านเหรียญสหรัฐ)

· รายได้จากกลุ่มธุรกิจเชิงนวัตกรรมเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นรายได้ทั้งหมด 1,066 ล้านหยวน (155 ล้านเหรียญสหรัฐ)

· ช่องทางค้าปลีกของอาลีบาบาในประเทศจีน มีลูกค้าที่ซื้อสินค้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปีรวมกว่า 601 ล้านราย เพิ่มขึ้น 25 ล้านรายเมื่อเทียบกับ 12 เดือนก่อนหน้านี้ที่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561

· ยอดผู้ใช้งานในประเทศจีนที่เข้าถึงช่องทางค้าปลีกของเราในแต่ละเดือนผ่านโทรศัพท์มือถือ สูงถึง 666 ล้านคนในเดือนกันยายน 2561 ซึ่งสูงกว่าในเดือนมิถุนายนของปีเดียวกันถึง 32 ล้านคน

· กำไรจากการดำเนินการ 13,501 ล้านหยวน (1,966 ล้านเหรียญสหรัฐ) ลดลง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากการรวมผลประกอบการจากการลงทุนใน Ele.me และ Cainiao Network ซึ่งเป็นธุรกิจสื่อดิจิทัลและบันเทิงและการลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆ

รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์พนักงานที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหุ้น และการตัดค่าเสื่อมราคา กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษีและรายการตัดจ่ายทางบัญชีอื่นๆที่ปรับปรุง (Adjusted EBITDA) เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 26,710 ล้านหยวน (3,889 ล้านเหรียญสหรัฐ)

· กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษีและรายการตัดจ่ายทางบัญชีอื่นๆที่ปรับปรุงแล้วของธุรกิจการค้าปลีก-ค้าส่ง คิดเป็น 29,807 ล้านหยวน (4,340 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษีและรายการตัดจ่ายทางบัญชีอื่นๆที่ปรับปรุง (Adjusted EBITDA)

ที่ไม่ได้คำนวณตามมาตรฐานบัญชีทั่วไป (non-GAAP measurement) ของธุรกิจการค้าปลีก-ส่ง เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 35,642 ล้านหยวน (5,190 ล้านเหรียญสหรัฐ)

· กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นสามัญคือ 20,033 ล้านหยวน (2,917 ล้านเหรียญสหรัฐ) กำไรสุทธิเท่ากับ 18,241 ล้านหยวน ( 2,656 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้น 13% และ 5% ตามลำดับเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว

· กำไรสุทธิที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไปเท่ากับ 23,453 ล้านหยวน (3,415 ล้านเหรียญสหรัฐ) กำไรต่อหุ้นปรับลดเท่ากับ 7.62 หยวน (1.11 เหรียญสหรัฐ) และกำไรที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไปต่อหุ้นปรับลดเท่ากับ 9.60หยวน (1.40 เหรียญสหรัฐ)

· กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 31,407 ล้านหยวน (4,573 ล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป อยู่ที่ 16,033 ล้านหยวน (2,334 ล้านเหรียญสหรัฐ)