‘ชัตดาวน์สหรัฐฯ’ กระทบผู้โดยสารหลายสนามบิน

Home / ข่าวต่างประเทศ, คลิป / ‘ชัตดาวน์สหรัฐฯ’ กระทบผู้โดยสารหลายสนามบิน

ผลกระทบภาวะ “ชัตดาวน์” ของรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากที่สนามบินใหญ่หลายแห่งต้องรอคิวนานขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่เพียงพอ

เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ทั้งหมดราว 8 แสนคน ได้รับผลกระทบจากภาวะชัตดาวน์ หรือการปิดให้บริการของรัฐบาลกลาง โดยราว 4.2 แสนคนจากจำนวนทั้งหมดทำงานอยู่ใน “ตำแหน่งสำคัญ” และถูกร้องขอให้มาทำงานต่อ แม้ว่าจะยังไม่ได้รับเงินเดือน

ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สนามบินจำนวน 5 หมื่นคน ที่ไม่สามารถหยุดงานได้ ขณะที่พนักงานส่วนหนึ่งยื่นขอลาป่วย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ที่เหลืออยู่มีจำนวนไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับจำนวนผู้โดยสาร

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวน 1 ใน 12 คน ของสนามบินนานาชาติฮาร์ตสฟิลด์-แจ็กสัน เมืองแอตแลนต้า ได้ลาป่วย ทำให้สนามบินต้องแจ้งผู้โดยสารเที่ยวบินในประเทศว่า ผู้โดยสารต้องมาถึงสนามบินล่วงหน้า 3 ชั่วโมง ก่อนเวลาขึ้นเครื่อง เพื่อเผื่อเวลาตรวจความปลอดภัย

นางสาวแคนไดซ์ ผู้โดยสารที่สนามบินนานาชาติฮาร์ตสฟิลด์-แจ็กสัน บอกว่า นี่เป็นเรื่องที่บ้ามาก มีผู้โดยสารหลายคนที่ต้องเดินทางไปธุรกิจต่างๆ แต่ก็ต้องตกเครื่องเพราะการทำงานของรัฐบาล ไม่ยุติธรรมเลย และยังต้องมีคนมาทำงานฟรีอีก เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง

เมื่อวันจันทร์ สนามบินนานาชาติจอร์จ บุช เมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ได้ปิดอาคารผู้โดยสารหนึ่งอาคารโดยให้เหตุผลว่า ขัดข้องเกี่ยวกับพนักงาน และยังมีการทำงานของสนามบินใหญ่อื่นๆ อีกที่ชะงัก

นางสาวแดนนิกา โดเรนสัน พนักงานรักษาความปลอดภัยของสนามบินนานาชาติบัลติมอร์ วอชิงตัน ในรัฐแมรี่แลนด์ กล่าวว่า มีพนักงานลางานทุกวัน เพราะไม่มีกำลังใจที่จะมาทำงานที่ไม่ได้เงิน ทำให้เกิดปัญหาพนักงานต้องทำงานหนักกว่าเดิมถึง 3 เท่า เพื่อให้งานลุล่วง มีหลายคนที่ไม่ได้จ่ายค่ารถ ค่าบ้าน ไม่ได้ให้เงินครอบครัว ไหนจะอาหารและของจำเป็นอื่นๆ นี่เป็นเวลาที่ยากลำบากมาก

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของพรรครีพับลิกันที่ขอให้ยุติภาวะชัตดาวน์ชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้เกิดการเจรจากับพรรคเดโมแครตถึงปัญหาความมั่นคงชายแดน ที่ทำให้เกิดภาวะชัตดาวน์

ภาวะชัตดาวน์เกิดขึ้นตั้งแต่ 22 ธันวาคม ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการเรียกร้องของนายทรัมป์ ที่ต้องการให้อนุมัติงบประมาณจำนวน 5,700 ล้านดอลลาร์ หรือ 18,0900 ล้านบาท เพื่อสร้างกำแพงที่ชายแดนติดกับเม็กซิโก แต่ ส.ส. เดโมแครต ที่เป็นเสียงส่วนมากในสภาล่างไม่เห็นด้วย