ปากีสถาน แคชเมียร์

ย้อนไทม์ไลน์ แคชเมียร์-จัมมู ในวันที่อินเดียยกเลิก “สถานะการปกครองตนเอง”

Home / ข่าวต่างประเทศ / ย้อนไทม์ไลน์ แคชเมียร์-จัมมู ในวันที่อินเดียยกเลิก “สถานะการปกครองตนเอง”

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐบาลอินเดียประกาศยึดสิทธิพิเศษ จากแคว้นแคชเมียร์-จัมมู
  • ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนหลายล้านคน และสิทธิต่างๆ ที่เคยมี
  • แคชเมียร์-จัมมู จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย

รัฐบาลอินเดีย โดยนายนเรนทรา โมติ ได้ประกาศยกเลิกสถานะให้การเป็นเขตพื้นที่ปกครองตนเองของแคว้นแคชเมียร์ – จัมมู เรียบร้อย โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา แคว้นแคชเมียร์และจัมมูนั้นได้รับสิทธิในการปกครองตนเองมาตั้งแต่ราวปี 2492 ผ่านรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 370 ( Article 370 ) ของอินเดีย ที่เปิดทางให้อำนาจในการปกครองพิเศษแก่แคว้นแคชเมียร์

นอกจากนี้ อินเดีย ยังได้แยก ลาดักห์ ขึ้นเป็นดินแดนสหภาพ หรือ Union Territory แห่งใหม่อีกด้วย ทันทีหลังจากการประกาศยกเลิกสถานะดังกล่าว รัฐบาลอินเดียก็ได้เข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าวทันที โดยอาศัยกำลังทหารกว่า 5 หมื่นนาย ที่ส่งเข้าไปก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งตัดการสื่อสารของทั้งแคชเมียร์-จัมมู นอกจากนี้ยังได้ประกาศ สั่งห้ามมิให้มีการชุมนุมประท้วงอีกด้วย

สิ่งที่พลเมืองของแคชเมียร์-จัมมู เสียไปหลังจากการยกเลิกสถานะดังกล่าว

จากเดิมที่ดินแดนของแคว้นแคชเมียร์ – จัมมู จะมีสถานะเหมือนเป็นรัฐอิสระที่มีความสามารถในการปกครองตนเอง มีธงชาติเป็นของตัวเอง ทำให้สิทธิ์ต่างๆ หมดไปในทันที จากเดิมที่เคยเป็นพลเมืองที่ถือ 2 สัญชาติ ก็ถูกยกเลิกไป, ด้านการเงิน-เศรษฐกิจก็จะมีการเข้ามาดูแลโดยรัฐบาลอินเดีย, ธงชาติแคชเมียร์ก็จะต้องเปลี่ยนเป็นติดธงชาติอินเดียแทน

>> ร้อนระอุ ! ประท้วงเดือด ปมอินเดียปลดสถานะพิเศษ ‘แคชเมียร์’

สถานการณ์ หลังการยกเลิกมาตรา 35 A ใน Article 370

แน่นอนว่า ผลกระทบแรกที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้อินเดียต้องใช้กองกำลังทหารจำนวนกว่า 5 หมื่นนายเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางอินเดียได้มีการส่งกองกำลังเข้าไปเตรียมพร้อมไว้ก่อนหน้าการประกาศยกเลิก เพื่อมิให้มีการชุมนุมประท้วง

ทางการของอินเดียได้มีคำสั่งแนะนำให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกจากแคว้นแคชเมียร์ โดยจำนวนของนักท่องเที่ยว ประชาชน ผู้ใช้แรงงาน และนักแสวงบุญ ราว 2 แสนคน จำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ดังกล่าว

ทางด้านฝ่ายค้านของอินเดีย ก็ได้ออกมาคัดค้านการกระทำดังกล่าวของฝ่ายรัฐบาลอินเดียว่า จะกลายเป็นชนวนเหตุของการเกิดสงครามขึ้นในแคว้นแคชเมียร์ได้ ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านของอินเดียได้กล่าวว่า นายโมดิ ได้ทำลายรัฐธรรมนูญของอินเดียไปเรียบร้อยแล้ว

ทางด้านประชาชนของอินเดียจำนวนไม่น้อย ต่างไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวของรัฐบาล เนื่องจากกังวลว่า จะเป็นชนวนเหตุให้เกิดความไม่สงบในหลายพื้นที่ เนื่องจากอินเดียมีข้อพิพาทกับปากีสถาน ซึ่งมีพื้นที่อยู่ติดกับพื้นที่ของแคว้นแคชเมียร์ – จัมมู นี้ด้วย เปรียบเสมือนการเปิดศึกสองด้าน หากดินแดนแคชเมียร์เกิดจราจลขึ้น

ไทม์ไลน์ แคชเมียร์-จัมมู

สรุปไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ที่มาที่ไปของแคว้นแคชเมียร์ จนถึงปัจจุบันที่

ค.ศ. 1585 - 1751

เป็นดินแดนในการปกครองของ จักรวรรดิโมกุล

ค.ศ. 1751 - 1820

ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิซิกข์

ค.ศ. 1946

ชาวซิกข์พ่ายแพ้สงครามให้แก่อังฤกษ ในยุคล่าอาณานิคม ราชาแห่งซัมมูจึงได้เข้ามาครอบครองพื้นที่ในแถบนี้ โดยมีสถานะเป็นรัฐพื้นเมืองของอังกฤษ

ค.ศ. 1947

อังกฤษให้เอกราชแก่อินเดีย และปากีสถาน จึงเป็นจุดกำเนิดให้เกิดการแย่งชิงพื้นที่กันระหว่าง ปากีสถาน-อินเดีย เนื่องจากหลังจากอังกฤษให้อิสรภาพแก่ดินแดนในแถบนี้ อินเดีย-ปากีสถานได้แยกออกไปก่อตั้งประเทศ ซึ่งหมายมั่นปั้นมือว่าจะควบรวมพื้นที่ของแคชเมีย-จัมมู เข้ามาผนวกด้วย มหาราชาฮารี ซิงห์ผู้ปกครองแคชเมียร์ - จัมมู ยืนยันไม่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทั้งสองประเทศ ซึ่งในการตัดสินใจดังกล่าว ทำให้เกิดการลุกฮือของชาวมุสลิม ซึ่งสนับสนุนให้ไปรวมกับปากีสถาน เนื่องจากนับถือศาสนาเดียวกัน ทางมหาราชาฮารี ซิงห์ นั้นนับถือศาสนาฮินดู จึงเลือกขอความช่วยเหลือกับอินเดีย อินเดียก็ยินดีมาช่วยเหลือโดยแลกกับการที่แคชเมีย-จัมมูเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐอิสระแห่งหนึ่งของอินเดีย

ค.ศ. 1948

มีข้อตกลงในการยุติการสู้รบในพื้นที่ดังกล่าว แต่ก็ทำได้เพียงหยุดยิงยังไม่สามารถนำข้อตกลงระหว่างทั้งสองประเทศได้

ค.ศ. 1965 -1972

อินเดีย-ปากีสถานต่อสู้กันอีกครั้ง ในเรื่องของสิทธิ์เหนือดินแดนแคชเมียร์ กันเป็นระยะๆ

ค.ศ. 1984

กองทัพอินเดียยึดพื้นที่ Siachen Glacier ไว้ได้ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและอยู่บนเทือกเขาสูง

ค.ศ. 1999

เกิดกลุ่มผู้ก่อการร้ายเข้ามาก่อเหตุ โดยหลายฝ่ายเชื่อว่า ปากีสถานเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มดังกล่าวอยู่ เข้ายึดตำแหน่งบนพื้นที่แถบภูเขาคาร์กิล ก่อนอินเดียจะบุกยึดคืนไป

ค.ศ. 2015

พรรค BJP ของอินเดีย ได้เอ่ยถึงการที่รัฐบาลอินเดียมีส่วนร่วมกับการบริหารงานของแคชเมียร์โดยผ่านทางรัฐมนตรีท้องถิ่นของแคชเมียร์

ก.ย. 2016

อินเดียได้เปิดการโจมตีปากีสถานในพื้นที่ของแคชเมียร์ที่ปากีสถานถือครองอยู่ โดยปฏิบัติการนี้ว่า "surgical strikes"

พ.ย. 2016

เกิดเหตุทหารอินเดียถูกลอบสังหาร 7 นายบริเวณใกล้ฐานทัพ ชายแดนติดกับปากีสถาน

ก.พ. 2019

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย ขับรถบรรทุกระเบิดพุ่งชนขบวนตำรวจของอินเดีย ทำให้จนท.เสียชีวิตมากกว่า 40 นาย หลังจากนั้นไม่นาน อินเดียประกาศจะทำการเปลี่ยนทางน้ำในแม่น้ำ Ravi และ Beas ที่ไหลไปสู่ปากีสถาน คาดว่าเพื่อเป็นการตอบโต้เหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้น ซึ่งเชื่อว่า ปากีสถานอยู่เบื้องหลัง

2 ส.ค. 2019

มีการแจ้งให้นักท่องเที่ยวออกจาก Amarnath Yatra โบสถ์ของศาสนาฮินดูออกจากพื้นที่

3 ส.ค. 2019

ทางการอินเดียสั่งให้ระงับการเข้าไปยังพื้นที่ Machail Yatra และมีการให้อพยพนักแสวงบุญกว่า 5 พันคนออกจากพื้นที่ดังกล่าว ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

4 ส.ค. 2019

นาย Omar Abdullah หนึ่งในกลุ่มผู้นำ และนักการเมืองที่อยู่ในแคว้นแคชเมียร์-จัมมู ถูกกักบริเวณให้อยู่ภายในบ้าน ซึ่งในรายงานระบุว่า ยังมีผู้นำ-ผู้มีอิทธิพลของแคว้นแคชเมียร์-จัมมูหลายรายถูกกักบริเวณด้วยเช่นกัน

5 ส.ค. 2019

อินเดียประกาศยกเลิกมาตรา 370 - 35เอ ถอนสิทธิการปกครองพิเศษของแคชเมียร์-จัมมู