ข่าวสดวันนี้ ประท้วงอิรัก

ประท้วงอิรักนองเลือด ! ม็อบปะทะตำรวจเสียชีวิตทะลุ 100 รายแล้ว

Home / ข่าวต่างประเทศ / ประท้วงอิรักนองเลือด ! ม็อบปะทะตำรวจเสียชีวิตทะลุ 100 รายแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุประท้วงในอิรักจนบานปลายกลายเป็นเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่
  • ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นมากกว่า 100 รายแล้ว
  • องค์การสหประชาชาติประณามการใช้ความรุนแรงปราบปรามการประท้วง

[9 ตุลาคม 2562] การประท้วงในอิรักยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 8 แล้ว โดยล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 100 คนจนถึงขณะนี้ ความวุ่นวายของการชุมนุมในอิรัก ยังคงรุนแรงต่อเนื่องในหลายเมือง ทั้งกรุงแบกแดด และทางตอนใต้อย่างเมืองอามารา, ดีวานิยา และ ฮิลลา ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ จุดไฟเผาสถานที่ราชการหลายแห่งและ มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

จากตัวเลขล่าสุดล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากการประท้วง 104 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 6,000 คน ซึ่งวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน ส่วนตัวเลขผู้บาดเจ็บยังไม่มีรายงานเข้ามาอย่างชัดเจน

ขณะที่นายกรัฐมนตรีอิรัก อเดล อับดุล มาห์ดี ออกมา เปิดเผยผ่านโทรทัศน์ว่า ได้สั่งการให้ถอนกำลังทหารทุกหน่วยออกจากย่านซาดร์ ซิตี้ ในกรุงแบกแดด และส่งตำรวจไปประจำการแทนเพื่อลดความตึงเครียด โดยรับปากด้วยว่าจะนำตัวทหารอิรักที่กระทำการรุนแรงและยิงสังหารผู้ประท้วงมาลงโทษด้วย พร้อมกันนี้ยังขอให้ตัวแทนผู้ประท้วงเข้าสู่กระบวนการเจรจากับผู้นำฝ่ายรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม การประท้วงครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งแรก จนลุกลามเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกและจัดให้มีเลือกตั้งใหม่ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ โดยต้นเหตุมาจากไม่พอใจปัญหาคอร์รัปชั่น การว่างงาน และการบริหารสาธารณะที่คุณภาพย่ำแย่

 


[6 ตุลาคม 2562] ประชาชนในอิรักเป็นจำนวนมาก ออกมาเคลื่อนไหวประท้วงต่อต้านรัฐบาล จากความไม่พอใจเรื่องปัญหาการทุจริต การว่างงาน ไปจนถึงบริการสาธารณะที่ย่ำแย่ ซึ่งขณะนี้มีการประท้วงเข้าสู่วันที่ 5

โดยจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 93 รายแล้ว ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เนื่องจากกองกำลังความมั่นคงใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ชุมนุม

ทั้งนี้ในเมืองทางตอนใต้ของประเทศ ทั้งเมืองอามารา, ดีวานิยา และ ฮิลลา ที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะห์เป็นเมืองที่เกิดเหตุปะทะรุนแรงที่สุด

รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อาเดล อับเดล มาห์ดี พยายามจะควบคุมการประท้วงด้วยมาตรการเคอร์ฟิวและการระงับบริการอินเทอร์เน็ตแต่ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จึงตัดสินใจยกเลิกคำสั่งเคอร์ฟิวในตอนกลางวัน ก่อนที่กลุ่มผู้ประท้วงจะออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหม่ในกรุงแบกแดด และเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

ส่วนทางด้านองค์การสหประชาชาติออกมาประณามความรุนแรงในระหว่างการประท้วง และประกาศกร้าวว่า รัฐบาลอิรักต้องหยุดยั้งความรุนแรงในทันที

อย่างไรก็ตาม เหตุความไม่สงบจากการประท้วงในอิรัก ทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 3,000 คน ขณะที่มีผู้ประท้วงถูกตำรวจจับกุมทั้งสิ้น 540 ราย ซึ่งจนถึงตอนนี้เกือบ 200 คนยังอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่

ที่มา www.aljazeera.com