Brexit

บทสรุปศึกเลือกตั้งอังกฤษ กับชัยชนะถล่มทลายของ ‘พรรคอนุรักษนิยม’ พร้อมทลายทางตันเบร็กซิต

Home / ข่าวต่างประเทศ / บทสรุปศึกเลือกตั้งอังกฤษ กับชัยชนะถล่มทลายของ ‘พรรคอนุรักษนิยม’ พร้อมทลายทางตันเบร็กซิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผลเอ็กซิตโพลล์ระบุว่า พรรคอนุรักษ์นิยม จะได้ ส.ส. มากถึง 368 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคแรงงานจะได้เพียง 191 ที่นั่งเท่านั้น
  • การพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของพรรคแรงงาน
  • พรรคอนุรักษ์นิยมเป็นพรรคเดียวที่เสนอให้อังกฤษแยกตัวออกจาสหภาพยุโรป ดังนั้นการชนะของพรรคอนุรักษ์นิยม จึงส่งผลถึงกลุ่มประเทศ EU ด้วย

เสียงร้องระงมเพราะความผิดหวังและเสียงเฮด้วยความปิติเซ็งแซ่ไปทั่วเมืองผู้ดี หลังเอ็กซิตโพลล์ส่งสัญญาณว่าพรรคอนุรักษนิยมของบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ครองเสียงข้างมากในรัฐสภา ซึ่งมาพร้อมกับความหวังในการผลักดันเบร็กซิตให้เป็นจริงในต้นปีหน้า

-ชัยชนะของพรรคอนุรักษนิยมในการเลือกตั้งเบร็กซิต-

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าผลเอ็กซิตโพลล์ซึ่งสำรวจความคิดเห็นประชาชนราว 20,000 คนผ่านการสัมภาษณ์ ณ คูหาเลือกตั้ง 144 แห่งทั่วสหราชอาณาจักร จะชี้ว่าพรรคอนุรักษนิยมอาจจะโกยที่นั่งส.ส. ได้มากถึง 368 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคแกนนำฝ่ายค้านอย่างพรรคแรงงานไว้ที่เพียง 191 ที่นั่งเท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวนับเป็นผลการเลือกตั้งครั้งเลวร้ายที่สุดของพรรคแรงงานในการเลือกตั้งในยุคใหม่

ต่อให้ผลเอ็กซิตโพลล์ จะกลายเป็นตัวเลขที่ผิดพลาด แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาชี้ชัดว่าชัยชนะของพรรคแรงงานยังเป็นเรื่องที่ริบหรี่ แม้ผลสำรวจความคิดเห็นในนาทีสุดท้ายชี้ว่าคะแนนของพรรคแรงงานที่นำโดยเจเรมี คอร์บิน กำลังตีตื้น ขยับความฝันที่จะตบเท้าเข้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ให้ใกล้เข้ามายิ่งขึ้นก็ตาม

การนำของบอริส จอห์นสัน ได้พลิกชะตากรรมของพรรคอนุรักษ์นิยม จากหน้ามือเป็นหลังมือ (ภาพ: สำนักข่าวซินหัว)

ก่อนวันเลือกตั้ง คำมั่นของพรรคแรงงานที่ว่าจะทุ่มเงินหลายพันล้านปอนด์เพื่อยุติความกระเบียดกระเสียร การไร้ที่อยู่อาศัย การนำบริการสาธารณูปโภคต่างๆ อย่างประปา ไฟฟ้า และคมนาคม กลับมาเป็นของรัฐอีกครั้ง กลายเป็นบทเพลงไพเราะต้องโสตของเหล่าผู้สนับสนุนพรรคแรงงาน

อีกด้านหนึ่ง จอห์นสันได้ออกเดินทางไปทั่วประเทศ พร้อมย้ำคำสัญญาที่ว่าจะ “จัดการเรื่องเบร็กซิตให้เรียบร้อย” ก่อนการเลือกตั้งที่เรียกกันว่า “การเลือกตั้งเบร็กซิต”

พรรคอนุรักษนิยมเป็นพรรคเดียวที่เสนอให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยเร็ว พร้อมให้สัญญาว่าจะดำเนินการยุติการเป็นสมาชิกภาพให้แล้วเสร็จภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

ขณะที่พรรคแรงงานต้องการข้อตกลงใหม่กับทางอียูที่สมเหตุสมผลกว่าเดิม โดยให้คำมั่นว่าจะมีการลงประชามติครั้งที่ 2 ภายใน 6 เดือน พร้อมเปิดทางเลือกที่จะคงสมาชิกภาพไว้สำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงเบร็กซิต

ส่วนพรรคแอลดี (LD) ซึ่งเป็นพรรคเสียงส่วนน้อย ประสงค์ที่จะยกเลิกกระบวนการเบร็กซิตทั้งหมดและให้สหราชอาณาจักรเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไป

ท้ายที่สุดจะเห็นได้ว่าการเลือกตั้งซึ่งถูกมองว่ามีความสำคัญที่สุดในช่วงเวลานานชั่วอายุคน ก็หนีไม่พ้นประเด็นหลักข้อเดียวนั่นคือเบร็กซิต

(ภาพ: สำนักข่าวซินหัว)

เจมส์ ฟอร์ซิท (James Forsyth) บรรณาธิการด้านการเมืองของนิตยสารสเปกเทเทอร์ (Spectator) อธิบายไว้ว่าเอ็กซิตโพลล์นี้เป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของจอหน์สัน

ก่อนหน้านี้ในการเลือกตั้งสภายุโรปปี 2019 พรรคอนุรักษ์นิยม (นำโดยเทเรซา เมย์) ครองตำแหน่งเป็นอันดับ 5 คว้าคะแนนเสียงต่ำกว่าร้อยละ 10 (พ่ายให้กับพรรคเบร็กซิต พรรคแอลดี พรรคแรงงาน และพรรคกรีน) แต่การนำของบอริส จอห์นสัน ได้พลิกชะตากรรมของพรรคฯ จากหน้ามือเป็นหลังมือ เขารวบรวมเสียงสนับสนุน “ออกจากอียู” ที่หนุนพรรคฯ ได้อีกครั้ง พร้อมทั้งใช้ความหวาดกลัวของผู้นำฝ่ายค้านอย่างคอร์บิน ให้เป็นประโยชน์ในการรักษาเก้าอี้ของพรรคอนุรักษ์นิยมให้ได้มากที่สุด

ในขณะที่หนามยอกอกของพรรคอนุรักษนิยมคือสถานการณ์การเลือกตั้งในสกอตแลนด์ ซึ่งเอ็กซิตโพลล์ชี้ว่าพรรคชาติสกอตแลนด์หรือเอสเอ็นพี (ฝ่ายค้าน) จะคว้าไปทั้งหมด 55 ที่นั่ง ซึ่งหมายความว่าจะโกยที่นั่งทั้งหมดของพรรคอนุรักษนิยมไป

แต่คืนนี้ บอริส จอห์นสันได้เปลี่ยนโฉมการเมืองสหราชอาณาจักร ด้วยการบุกทะลวงกำแพงยักษ์สีแดงของพรรคแรงงาน พร้อมผนึกกำลังของพรรคอนุรักษนิยมขึ้นใหม่

James Forsyth
(ภาพ: สำนักข่าวซินหัว)

-นัยของผลการเลือกตั้ง-

หากแปลงผลเอ็กซิตโพลล์ให้กลายเป็นผลการเลือกตั้งจริงทั้ง 650 เขต จะมีความหมายว่าพรรคอนุรักษ์นิยมจะได้ครองเก้าอี้รัฐบาลไปอีก 5 ปี ส่วนบรรดานักการเมืองฝ่ายค้านคงร้อนๆ หนาวๆ เพราะส่วนต่างระหว่างที่นั่งฝ่ายค้านกับรัฐบาลในสภาสามัญชนนั้นมากถึง 86 ที่นั่ง

ก่อนหน้านี้ ความหวังในการบรรลุข้อตกลงเบร็กซิตของจอห์นสันต้องพังทลาย เมื่อส.ส. ของเขาเองจำนวนไม่น้อย ขวางข้อเสนอของเขาด้วยการยกมือให้กับฝ่ายค้าน

แต่คราวนี้ บรรดาผู้สมัครพรรคอนุรักษนิยมทุกคนในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 3 ในรอบไม่ถึง 5 ปีครั้งนี้ ต่างประสานเสียงหนุนข้อตกลงของนายกรัฐมนตรี

นั่นหมายความว่า นายกฯ ผู้นี้ต้องการเพียง 326 ที่นั่งหรือเกินกึ่งหนึ่งของ 650 ที่นั่งเท่านั้น ในการชนะโหวตในสภา ในณะเดียวกันความสำเร็จที่มีแนวโน้มจะเป็นจริงในครั้งนี้ อาจเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งรวมถึงโฉมหน้าทางการเมืองของประเทศที่มีประวัติศาสตร์นับพันปีแห่งนี้ด้วย

ด้วยเหตุนี้ หากพรรคแรงงานโกยที่นั่งส.ส. ไปได้เพียง 191 ที่นั่ง เท่ากับว่าพรรคฯ กำลังประจันหน้ากับขุนเขามหึมาที่ต้องไต่ข้ามไปไปเพื่อเอาชนะพรรคอนุรักษนิยม และนั่นย่อมส่งผลกระทบต่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นในรัฐสภา แม้แต่การจัดตั้งคณะกรรมาธิการสภาสามัญชนที่สำคัญๆ

(ภาพ: สำนักข่าวซินหัว)

ด้านจอห์น แมกดอนเนลล์ (John McDonnell) รัฐมนตรีเงาของพรรคแรงงาน ยังคงปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าเขาและคอร์บินควรหาผู้นำคนใหม่หรือไม่ แต่เขาเผยว่า “หากโพลล์นี้จะสะท้อนผลลัพธ์จริง คงเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” “เราจะทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของพรรคเสมอ” เขากล่าว “เราพยายามที่จะสอดแทรกประเด็นอื่นๆ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ยังถูกครอบงำด้วยประเด็นเบร็กซิต”

นักวิจารณ์ทางการเมืองของอังกฤษวิเคราะห์ว่าการนำของฝ่ายซ้ายภายใต้คอร์บินและแมคดอนเนลล์ เป็นสาเหตุของความตกต่ำของพรรคแรงงาน ที่ทำให้ผลการดำเนินงานของพรรคฯ เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1930

ก่อนเปิดสมัยประชุมสภาหลังการเลือกตั้ง พรรคแรงงานจะต้องบรรลุมติให้ได้ว่าผู้ใดจะเป็นผู้นำนั่งเก้าอี้แถวหน้านำทัพขั้วฝ่ายค้านในรัฐสภา

-เบร็กซิตจะเป็นอย่างไรต่อไป-

จอห์นสันประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (10 ธ.ค.) ว่าเขาพร้อมทลายทางตันเบร็กซิตที่ยืดเยื้อถึง 3 ปี พร้อมยุติสมาชิกสภาพกับอียูในวันที่ 31 ม.ค. 2020 หากคว้าชัยในการเลือกตั้ง

โดยก่อนหน้านั้น เขาตั้งเป้าเสนอข้อตกลงเบร็กซิตต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อนวันคริสต์มาส นั่นหมายความว่าไม่กี่วันก่อนวันที่ 25 ธ.ค. ร่างพระราชบัญญัติเบร็กซิตจะต้องเข้าสู่กระบวนการของรัฐสภาและได้รับพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ เพราะหลังจากนั้นรัฐสภาจะเข้าสู่ช่วงหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาส

เป้าหมายถัดไปของจอห์นสันหลังจากนั้น คือการบรรลุข้อตกลงความสัมพันธ์ทางการค้าถาวรกับอียูภายในสิ้นปี 2020 สุดท้ายก็เป็นดังที่แมคดอนเนลล์ว่าไว้ “ประเด็นเบร็กซิตครอบงำการเลือกตั้งครั้งนี้ เบร็กซิตเป็นประเด็นใหญ่และดูเหมือนว่าผู้คนต้องการให้จัดการเรื่องเบร็กซิตให้เรียบร้อย”

ณ สำนักงานใหญ่การเลือกตั้งของพรรคอนุรักษ์นิยม โฆษกพรรคฯ กล่าวว่าสหราชอาณาจักรต้องการการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะสภากำลังทำทุกอย่างเพื่อขัดเจตนารมณ์ของประชาชน

“เสียงส่วนใหญ่ซึ่งยังเป็นฟันเฟืองที่หมุนไปข้างหน้าชี้ชัดว่า ตอนนี้เราสามารถยุติความคลุมเครือและจัดการเบร็กซิตให้แล้วเสร็จไปได้ในที่สุด เสียงส่วนใหญ่จะเอื้อให้คนทั้งชาติหลอมรวมกันและก้าวไปข้างหน้าด้วยการสนองเจตนารมณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงที่ได้จากประชามติเมื่อปี 2016”

ขณะนี้ประชาชนชาวสหราชอาณาจักรต่างตั้งความหวังว่า หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ ผู้กุมบังเหียน “เบร็กซิต” จะเป็นสหราชอาณาจักรมิใช่สหภาพยุโรป

ที่มา : สำนักข่าวซินหัว